ครูสอนสกี: 5 วิธีสร้างรายได้พิเศษช่วงนอกฤดูที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน!

webmaster

스키 강사의 비시즌 활동 아이디어 - **Prompt:** A fit, cheerful Thai woman in her late 20s, with sun-kissed skin and a casual yet stylis...

เพื่อนๆ ที่รักการเล่นสกีและชื่นชอบเหล่าครูสอนสกีเก่งๆ ทั้งหลาย เคยสงสัยกันบ้างไหมคะว่า พอสิ้นสุดฤดูหนาว หิมะละลายหายไปแล้ว พวกเขาไปทำอะไรกันต่อ? หลายคนอาจจะคิดว่าคงได้พักผ่อนสบายๆ เตรียมตัวสำหรับฤดูถัดไป แต่จริงๆ แล้ว โลกของครูสอนสกีนั้นน่าสนใจกว่าที่คุณคิดเยอะเลยค่ะ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและความยืดหยุ่นในการทำงานเข้ามามีบทบาทสำคัญแบบนี้ ทำให้พวกเขาสามารถพลิกแพลงชีวิตช่วงนอกฤดูสกีให้กลายเป็นโอกาสทองได้ไม่ยากเลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงที่ได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ครูสอนสกีมาหลายคน ฉันเองก็ทึ่งในความสามารถรอบด้านและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการผันตัวไปเป็นนักเดินทางดิจิทัล เปิดคอร์สสอนกีฬาอื่นๆ หรือแม้แต่สร้างแบรนด์ส่วนตัวบนโลกออนไลน์ เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องสกีอีกต่อไป ซึ่งเทรนด์เหล่านี้กำลังมาแรงมากๆ และสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำด้วยนะคะ เพราะฉะนั้น ถ้าใครกำลังมองหาไอเดียเจ๋งๆ หรืออยากรู้เคล็ดลับการใช้ชีวิตนอกฤดูสกีให้คุ้มค่าและสร้างสรรค์ละก็ มาร่วมค้นหาคำตอบและแรงบันดาลใจไปพร้อมๆ กันในบทความนี้ได้เลยค่ะ

จากยอดเขาหิมะสู่โลกกว้าง: ผจญภัยในฐานะนักเดินทางดิจิทัลอิสระ

스키 강사의 비시즌 활동 아이디어 - **Prompt:** A fit, cheerful Thai woman in her late 20s, with sun-kissed skin and a casual yet stylis...

เพื่อนๆ ครูสอนสกีหลายคนเล่าให้ฉันฟังบ่อยๆ ว่า พอฤดูหิมะหมดไป สิ่งแรกที่พวกเขานึกถึงคือการออกเดินทางไปแสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ใช่แค่พักผ่อนเฉยๆ นะคะ แต่เป็นการใช้ทักษะที่มีและความยืดหยุ่นของชีวิตในช่วงนอกฤดูสกีให้เป็นประโยชน์สูงสุด ยิ่งในยุคนี้ที่เทคโนโลยีเชื่อมโยงโลกเข้าหากัน การเป็นนักเดินทางดิจิทัลอิสระ (Digital Nomad) คือคำตอบที่ใช่มากๆ เลยค่ะ ฉันเองก็ได้เห็นมากับตาว่าเพื่อนๆ หลายคนสามารถผันตัวจากการสอนสกีไปทำงานออนไลน์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษา ทำกราฟิกดีไซน์ เขียนบทความ หรือแม้แต่เป็นโค้ชออนไลน์สอนทักษะที่พวกเขามีอยู่แล้ว ซึ่งบอกเลยว่าแต่ละคนมีไอเดียสร้างสรรค์สุดๆ ทำให้พวกเขายังคงได้เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก ไม่ต้องติดอยู่กับที่ และที่สำคัญคือยังมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องด้วยนะ ไม่ใช่แค่พอกินพอใช้ แต่บางคนทำได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียวค่ะ การใช้ชีวิตแบบนี้ทำให้พวกเขามีอิสระในการเลือกสถานที่ทำงาน จะริมทะเลบาหลี ในคาเฟ่เก๋ๆ ที่เชียงใหม่ หรือแม้แต่บนยอดเขาระหว่างทางเดินป่า ก็สามารถทำงานได้หมดเลย ตราบใดที่มีอินเทอร์เน็ตและโน้ตบุ๊กคู่ใจสักเครื่อง ดูแล้วน่าอิจฉาจริงๆ ค่ะ เพราะพวกเขาสามารถออกแบบชีวิตของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งได้ทำงานที่รัก ได้เที่ยวในที่ที่อยากไป และยังได้เจอเพื่อนใหม่ๆ จากทั่วโลกอีกด้วย มันคือการผสมผสานระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิตที่ลงตัวที่สุดจริงๆ นะคะ

อุปกรณ์คู่ใจและทักษะที่จำเป็น

สิ่งสำคัญที่สุดของการเป็น Digital Nomad ที่เพื่อนๆ ครูสอนสกีของฉันมักจะเน้นย้ำเลยก็คือ การมีอุปกรณ์ที่พร้อมใช้งานและทักษะที่แข็งแกร่งค่ะ แน่นอนว่าต้องมีโน้ตบุ๊กประสิทธิภาพดีสักเครื่อง เพราะมันคือออฟฟิศเคลื่อนที่ของเรานั่นเองค่ะ นอกจากนี้ อินเทอร์เน็ตที่เสถียรก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ต้องเช็กให้ชัวร์ว่ามีสัญญาณดีๆ ไม่งั้นงานสะดุดแน่ๆ ค่ะ ส่วนทักษะที่จำเป็นเนี่ย ก็แล้วแต่ว่าใครจะถนัดอะไรเลย อย่างเพื่อนฉันคนนึงที่เก่งภาษาอังกฤษมากๆ เค้าก็ผันตัวไปเป็นนักแปลอิสระ รับงานแปลเอกสารต่างๆ ให้กับบริษัทต่างชาติ ส่วนอีกคนที่เป็นสายกราฟิกดีไซน์ ก็รับงานออกแบบโลโก้ โปสเตอร์ หรือแม้กระทั่งออกแบบเว็บไซต์ให้ลูกค้าจากทั่วโลกเลยค่ะ ที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการทำงานสูงมาก เพราะไม่มีหัวหน้ามาคอยจี้งานเหมือนตอนสอนสกี ทำให้ต้องบริหารจัดการเวลาด้วยตัวเองทั้งหมด นอกจากนี้ การสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีก็เป็นข้อได้เปรียบมากๆ เลยนะคะ เพราะงานออนไลน์ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าต่างชาติ ทำให้การสื่อสารที่ชัดเจนเป็นหัวใจสำคัญเลยค่ะ

หาเงินยังไงตอนแบกเป้เที่ยว?

คำถามยอดฮิตเลยค่ะ! เพื่อนๆ ครูสอนสกีของฉันไม่ได้แค่ไปเที่ยวเล่นเฉยๆ นะคะ แต่พวกเขามีแหล่งรายได้ที่หลากหลายมากๆ อย่างแรกเลยคือการรับงานฟรีแลนซ์ตามความถนัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเขียนบทความ แปลภาษา ออกแบบกราฟิก หรือเป็นที่ปรึกษาออนไลน์ค่ะ นอกจากนี้ บางคนยังผันตัวมาเป็นครูสอนกีฬาประเภทอื่นในช่วงนอกฤดูสกี อย่างเพื่อนฉันที่ชอบการปีนผามากๆ ก็ไปเปิดคอร์สสอนปีนผาเล็กๆ ตามแหล่งปีนผาธรรมชาติในภาคใต้ของไทยค่ะ หรือบางคนที่มีทักษะด้านการถ่ายภาพ ก็รับงานถ่ายภาพท่องเที่ยว ถ่ายภาพสินค้า หรือแม้แต่เป็นช่างภาพอิสระให้กับนิตยสารท่องเที่ยวก็ได้นะคะ อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจคือการสร้างคอนเทนต์ออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นบล็อกส่วนตัว ช่อง YouTube หรือ TikTok เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การเดินทาง การสอนสกี หรือแม้กระทั่งการรีวิวอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งพอมีคนติดตามเยอะๆ ก็จะเริ่มมีรายได้จากค่าโฆษณา หรือการรีวิวสินค้าแบบได้ค่าตอบแทนเข้ามาค่ะ บางคนก็ยังขายคอร์สออนไลน์ที่เกี่ยวกับทักษะที่พวกเขามี เช่น คอร์สสอนภาษา คอร์สสอนแต่งรูป หรือคอร์สสอนการวางแผนการเดินทาง ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

ปลุกความเป็นผู้ประกอบการในตัวคุณ: สร้างสรรค์ธุรกิจเล็กๆ ในท้องถิ่น

นอกเหนือจากการเป็นนักเดินทางดิจิทัลแล้ว ฉันสังเกตเห็นว่าครูสอนสกีหลายคนยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองในช่วงนอกฤดูสกีอีกด้วยค่ะ พวกเขาใช้ประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาจากการทำงานในรีสอร์ทสกี มาปรับใช้กับการสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนในท้องถิ่นหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือนในฤดูอื่นๆ บางคนก็เริ่มจากสิ่งที่ตัวเองรักและความสนใจส่วนตัวเลยค่ะ อย่างเพื่อนฉันคนหนึ่งที่หลงใหลในการทำกาแฟสดมากๆ เธอก็ไปเปิดร้านกาแฟเล็กๆ น่ารักๆ ที่เน้นเมล็ดกาแฟออร์แกนิกและบรรยากาศสบายๆ ใกล้บ้าน ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีมากๆ เพราะลูกค้าที่มาอุดหนุนก็ได้สัมผัสถึงความตั้งใจและความเป็นกันเองของเธอค่ะ หรือบางคนที่เป็นสายสุขภาพ ก็ใช้ความรู้ด้านโภชนาการและการออกกำลังกาย ไปเปิดคลาสโยคะหรือคลาสออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงฤดูร้อน ซึ่งก็ตอบโจทย์คนที่รักสุขภาพและอยากหากิจกรรมทำในช่วงวันหยุดเป็นอย่างดีเลยค่ะ การได้เห็นเพื่อนๆ เหล่านี้พลิกแพลงและสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ขนาดนี้ ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชมในความมุ่งมั่นและความสามารถรอบด้านของพวกเขาจริงๆ ค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการหารายได้เสริมนะ แต่มันคือการได้ทำในสิ่งที่รักและได้สร้างคุณค่าให้กับคนรอบข้างด้วย ซึ่งฉันคิดว่ามันเป็นอะไรที่น่าภูมิใจมากๆ เลยล่ะ

เปิดคาเฟ่หรือร้านอาหารเล็กๆ

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกยอดนิยมที่ฉันเห็นเพื่อนๆ ครูสอนสกีหลายคนผันตัวมาทำกันในช่วงนอกฤดูสกีค่ะ ด้วยความที่พวกเขาคุ้นเคยกับการดูแลและให้บริการลูกค้าจากหลากหลายเชื้อชาติ ทำให้พวกเขามีทักษะด้านการบริการที่ดีเยี่ยมมากๆ พอมาเปิดร้านคาเฟ่หรือร้านอาหารเล็กๆ ของตัวเอง ก็สามารถนำประสบการณ์ตรงนี้มาใช้ได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ บางคนก็เปิดร้านกาแฟสไตล์มินิมอล เน้นบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง เสิร์ฟกาแฟรสชาติดีพร้อมกับขนมโฮมเมดอร่อยๆ หรือบางคนก็เปิดร้านอาหารที่เน้นเมนูสุขภาพ เมนูท้องถิ่น หรือเมนูฟิวชั่นที่ผสมผสานความเป็นยุโรปเข้ากับความเป็นไทยได้อย่างลงตัวค่ะ สิ่งที่สำคัญคือการสร้างสรรค์เมนูที่มีเอกลักษณ์และมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างบรรยากาศร้านที่น่าดึงดูดใจ เพื่อให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการซ้ำๆ นอกจากนี้ การใช้ช่องทางออนไลน์ในการโปรโมทร้าน เช่น การโพสต์ภาพสวยๆ ของอาหารและบรรยากาศร้านลงบน Instagram หรือ Facebook ก็ช่วยดึงดูดลูกค้าได้เยอะเลยค่ะ การได้เห็นเพื่อนๆ สร้างธุรกิจของตัวเองจากความรักและความตั้งใจแบบนี้ ทำให้ฉันอดชื่นใจแทนไม่ได้จริงๆ

บริการนำเที่ยวและกิจกรรมกลางแจ้ง

ด้วยความที่ครูสอนสกีเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว การผันตัวมาเป็นไกด์นำเที่ยวหรือผู้จัดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนอกฤดูสกีจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ พวกเขามีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ เส้นทางเดินป่า หรือกิจกรรมผจญภัยต่างๆ เป็นอย่างดี ทำให้สามารถจัดโปรแกรมทัวร์หรือกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นและปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวได้ อย่างเพื่อนฉันคนหนึ่งที่ชอบการเดินป่ามากๆ เค้าก็จัดทริปเดินป่าระยะสั้นในอุทยานแห่งชาติทางภาคเหนือของไทย พาคณะเล็กๆ ไปสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด สอนวิธีการตั้งแคมป์ การเอาตัวรอดในป่า หรือแม้กระทั่งการระบุชนิดพืชพรรณต่างๆ ซึ่งบอกเลยว่าเป็นการผจญภัยที่ทั้งสนุกและได้ความรู้มากๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ บางคนก็จัดกิจกรรมพายเรือคายัค พาย SUP (Stand-Up Paddleboard) หรือปั่นจักรยานเสือภูเขาตามเส้นทางธรรมชาติ ซึ่งก็ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างดี เพราะเป็นการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ และยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงอย่างเพื่อนๆ ครูสอนสกีอีกด้วยค่ะ

Advertisement

พัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อโอกาสที่เปิดกว้างกว่าเดิม

โลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาค่ะ และเพื่อนๆ ครูสอนสกีของฉันก็เข้าใจเรื่องนี้ดีมากๆ พวกเขาไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่แค่ทักษะการเล่นสกีหรือการสอนเท่านั้นนะ แต่พวกเขามองหาโอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานและชีวิตในระยะยาว อย่างเช่น การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม การอบรมด้านการตลาดดิจิทัล หรือแม้กระทั่งการเรียนคอร์สเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งทักษะเหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดได้หลากหลายมากๆ เลยค่ะ บางคนอาจจะเรียนภาษาจีนหรือญี่ปุ่นเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานกับนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย หรือบางคนอาจจะเรียนรู้เรื่องการสร้างเว็บไซต์ การทำ SEO (Search Engine Optimization) เพื่อที่จะได้สร้างบล็อกหรือเว็บไซต์ของตัวเองและโปรโมทธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ การลงทุนกับการพัฒนาตัวเองแบบนี้ ฉันมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเลยนะ เพราะมันไม่มีวันหายไปไหน และจะติดตัวเราไปตลอดชีวิต แถมยังช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ที่เราอาจจะคาดไม่ถึงอีกด้วยค่ะ จากที่ฉันได้พูดคุยกับเพื่อนๆ มาหลายคน แต่ละคนก็มีเป้าหมายและเส้นทางในการพัฒนาตัวเองที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่เหมือนกันคือความมุ่งมั่นและความกระตือรือร้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ซึ่งฉันคิดว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ สำหรับทุกคนในยุคปัจจุบันเลยค่ะ

เรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มเติม

ในฐานะที่ต้องพบปะกับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกอยู่แล้ว การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมจึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ สำหรับครูสอนสกีค่ะ อย่างที่รู้กันว่านักท่องเที่ยวที่มาเล่นสกีไม่ได้มีแค่คนยุโรปเท่านั้น แต่ยังมีคนเอเชีย โดยเฉพาะจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และไทย ที่นิยมมาเที่ยวสกีรีสอร์ทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ การที่เราสามารถสื่อสารภาษาของพวกเขาได้ จะช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้น สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และยังเปิดโอกาสในการทำงานที่หลากหลายมากขึ้นด้วยค่ะ เพื่อนฉันคนหนึ่งที่เคยไปทำงานที่สกีรีสอร์ทในญี่ปุ่น เล่าให้ฟังว่าการที่เธอพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ทำให้เธอได้รับความไว้วางใจจากนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก แถมยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมและได้เพื่อนใหม่ๆ อีกเพียบเลยค่ะ นอกจากนี้ การมีทักษะภาษาที่สามหรือสี่ ยังสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย เช่น การเป็นล่าม การเป็นครูสอนภาษา หรือการทำงานในสายธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งบอกเลยว่ามีแต่ได้กับได้จริงๆ ค่ะ

อบรมด้านการตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย

ยุคนี้อะไรๆ ก็ต้องออนไลน์ใช่ไหมคะ การมีความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลและโซเชียลมีเดียจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เป็นครูสอนสกีและอยากจะสร้างแบรนด์ส่วนตัว หรือโปรโมทธุรกิจของตัวเองในช่วงนอกฤดูสกี การเข้าใจเรื่องการทำคอนเทนต์ การยิงแอด (โฆษณา) บน Facebook หรือ Instagram การทำ SEO เพื่อให้คนค้นหาเจอเราได้ง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งการสร้างวิดีโอสั้นๆ บน TikTok ล้วนเป็นทักษะที่สามารถนำมาใช้สร้างรายได้และสร้างโอกาสได้ทั้งนั้นเลยค่ะ เพื่อนฉันหลายคนก็ไปลงคอร์สเรียนการตลาดออนไลน์กันอย่างจริงจัง พอได้ความรู้มาก็เอามาปรับใช้กับการสร้างเพจส่วนตัวเพื่อรับงานสอนสกีเพิ่มเติม หรือโปรโมทกิจกรรมกลางแจ้งที่พวกเขาจัดขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้พวกเขามีลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ การตลาดดิจิทัลมันคือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น และสร้างการรับรู้ให้กับสิ่งที่เราทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากๆ เลยค่ะ

กิจกรรมนอกฤดูสกี ทักษะที่นำมาประยุกต์ใช้ ประโยชน์ที่ได้รับ
นักเดินทางดิจิทัลอิสระ การสื่อสารหลายภาษา, การจัดการเวลา, ทักษะเฉพาะทาง (เขียน/ออกแบบ/แปล) อิสระในการทำงาน, รายได้ต่อเนื่อง, ประสบการณ์ใหม่ๆ ทั่วโลก
เปิดร้านกาแฟ/ร้านอาหาร การบริการลูกค้า, การจัดการ, การทำอาหาร/เครื่องดื่ม รายได้เสริม, การสร้างธุรกิจของตนเอง, การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน
ผู้จัดกิจกรรมกลางแจ้ง ความรู้ด้านธรรมชาติ, การนำทาง, การปฐมพยาบาล, การสอนกีฬา รายได้จากกิจกรรม, การแบ่งปันประสบการณ์, การรักษาสภาพร่างกาย
พัฒนาทักษะใหม่ๆ ความใฝ่รู้, การปรับตัว, การวางแผนอาชีพ เปิดโอกาสทางอาชีพ, เพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง, ความมั่นคงในอนาคต

กลับคืนสู่รากเหง้า: ใช้ชีวิตเรียบง่ายและดูแลตัวเอง

스키 강사의 비시즌 활동 아이디어 - **Prompt:** A cozy, inviting artisan coffee shop nestled on a charming street in the Old Town of Chi...

ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะผจญภัยไปทั่วโลกหรือสร้างธุรกิจใหญ่โตเสมอไปนะคะ ครูสอนสกีหลายคนก็เลือกที่จะใช้ช่วงนอกฤดูสกีเป็นโอกาสในการกลับมาอยู่กับตัวเอง ครอบครัว และธรรมชาติอย่างเรียบง่ายค่ะ หลังจากต้องใช้พลังงานอย่างเต็มที่กับการสอนสกีตลอดฤดูหนาว การได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ได้ทำกิจกรรมที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ บางคนก็ใช้เวลาในการทำสวน ปลูกผักผลไม้ที่บ้าน ใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้ทำมากนักในช่วงฤดูสกีที่ต้องทำงานหนัก นอกจากนี้ การใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากๆ เพราะในฤดูหนาวที่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับคนที่รักเท่าที่ควร พอมีเวลาว่างในช่วงนอกฤดูสกี ก็จะใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุดค่ะ การได้เห็นเพื่อนๆ เลือกใช้ชีวิตแบบสมดุลแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกว่าชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามกระแสเสมอไป แค่ได้ทำในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขและรู้สึกอิ่มเอมใจ ก็ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่แล้วค่ะ บางทีความสุขที่แท้จริงก็อาจจะอยู่ที่การได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายนี่แหละค่ะ

ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง

การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ เลยค่ะ สำหรับครูสอนสกีที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนักตลอดฤดูหนาว การได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายในช่วงนอกฤดูสกีจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อนฉันหลายคนก็หันมาออกกำลังกายรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่สกี เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการว่ายน้ำ เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ส่วนเรื่องสุขภาพใจก็สำคัญไม่แพ้กัน บางคนก็ใช้เวลาไปกับการทำสมาธิ อ่านหนังสือ หรือท่องเที่ยวในสถานที่เงียบสงบ เพื่อให้จิตใจได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ หลังจากต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันจากการทำงานมาตลอดฤดูค่ะ การได้กลับมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังแบบนี้ จะช่วยให้พวกเขามีพลังงานและความพร้อมที่จะกลับไปลุยงานสอนสกีในฤดูถัดไปได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ

ใช้เวลากับครอบครัวและคนที่รัก

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ครูสอนสกีหลายคนตั้งตารอคอยในช่วงนอกฤดูสกีเลยค่ะ เพราะในฤดูหนาวที่ต้องทำงานหนักและอาจจะต้องไปประจำอยู่ที่รีสอร์ทสกี ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่กับครอบครัวและคนที่รักเท่าที่ควร พอมีเวลาว่างในช่วงนี้นี่แหละค่ะ พวกเขาก็จะใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด บางคนก็จัดทริปท่องเที่ยวสั้นๆ กับครอบครัว พากันไปเที่ยวทะเล เที่ยวภูเขา หรือไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นการสร้างความทรงจำดีๆ ร่วมกันค่ะ นอกจากนี้ การได้ทำกิจกรรมง่ายๆ ที่บ้าน เช่น ทำอาหารด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน หรือแค่ได้นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ ก็เป็นช่วงเวลาที่มีค่ามากๆ เลยค่ะ การได้กลับมาเติมเต็มความสัมพันธ์กับคนที่รัก ทำให้พวกเขามีพลังใจและแรงบันดาลใจในการทำงานต่อไปค่ะ เพราะท้ายที่สุดแล้ว การมีครอบครัวที่อบอุ่นและคนที่รักอยู่เคียงข้าง ก็คือความสุขที่แท้จริงของชีวิตใช่ไหมคะ

Advertisement

สานต่อความฝันในสายอาชีพที่แตกต่าง

นอกเหนือจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาและการท่องเที่ยวแล้ว ฉันยังได้พบว่าครูสอนสกีหลายคนยังใช้ช่วงนอกฤดูสกีเป็นโอกาสในการสานต่อความฝันในสายอาชีพอื่นๆ ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วยค่ะ บางทีความหลงใหลที่แท้จริงของพวกเขาอาจจะไม่ได้อยู่ที่การสอนสกีเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่พวกเขาสนใจและอยากจะลองทำดูสักครั้งในชีวิต อย่างเช่น เพื่อนฉันคนหนึ่งที่เคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟมาตั้งแต่เด็ก พอมีโอกาสในช่วงนอกฤดูสกี เธอก็ไปลงเรียนคอร์สทำอาหารอย่างจริงจัง ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญ และเริ่มรับงานจัดเลี้ยงเล็กๆ หรืองานสอนทำอาหารให้กับกลุ่มเพื่อน ซึ่งบอกเลยว่าฝีมือเธอไม่ธรรมดาเลยค่ะ หรือบางคนที่มีทักษะด้านงานช่าง ก็ใช้เวลาในช่วงนี้ในการรับงานซ่อมแซมบ้านเรือน หรืองานประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งก็สามารถสร้างรายได้ที่ดีและยังได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอีกด้วยนะคะ การได้เห็นเพื่อนๆ กล้าที่จะก้าวออกจาก comfort zone และลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย ทำให้ฉันรู้สึกชื่นชมในความกล้าหาญและความมุ่งมั่นของพวกเขาจริงๆ ค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของการหารายได้นะ แต่มันคือการได้ทำตามเสียงหัวใจของตัวเอง และได้ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัว ซึ่งฉันเชื่อว่าทุกคนก็มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวเองเหมือนกันค่ะ

ผันตัวสู่งานศิลปะและงานฝีมือ

สำหรับบางคนแล้ว การทำงานศิลปะหรืองานฝีมือคือสิ่งที่ช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณและปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ เพื่อนครูสอนสกีของฉันหลายคนก็หันมาใช้ช่วงนอกฤดูสกีในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ บางคนชอบวาดภาพสีน้ำวิวทิวทัศน์ที่เคยเห็นบนยอดเขา บางคนถนัดงานปั้นเซรามิก หรือบางคนก็ชอบการถักนิตติ้งและโครเชต์เพื่อทำเสื้อผ้าและของตกแต่งบ้าน การได้ใช้มือประดิษฐ์สร้างสรรค์ผลงานออกมา ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากๆ เลยค่ะ บางคนถึงขั้นเปิดร้านค้าออนไลน์เล็กๆ เพื่อขายผลงานศิลปะและงานฝีมือของตัวเอง ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับดีเกินคาดเลยค่ะ เพราะงานฝีมือแต่ละชิ้นล้วนมีความตั้งใจและเรื่องราวที่น่าสนใจซ่อนอยู่ การได้ทำในสิ่งที่รักและยังสามารถสร้างรายได้จากมันได้ด้วย ก็ถือเป็นความสุขที่สมบูรณ์แบบจริงๆ นะคะ

เรียนรู้และฝึกฝนอาชีพเสริมอื่นๆ

นอกจากงานศิลปะแล้ว ยังมีอาชีพเสริมอีกมากมายที่เพื่อนๆ ครูสอนสกีสนใจและเลือกที่จะเรียนรู้ในช่วงนอกฤดูสกีค่ะ อย่างเช่น การเรียนทำเบเกอรี่ การเป็นบาริสต้า การเป็นช่างภาพมืออาชีพ หรือแม้กระทั่งการเรียนตัดผมชาย ซึ่งแต่ละอาชีพก็ต้องใช้ทักษะและความตั้งใจในการฝึกฝนอย่างมากเลยค่ะ เพื่อนฉันคนหนึ่งที่ชอบทำอาหารมากๆ เค้าก็ไปลงเรียนคอร์สทำขนมปังและเค้ก จนตอนนี้เปิดร้านขนมออนไลน์เล็กๆ ของตัวเองแล้วค่ะ ส่วนอีกคนที่มีความสนใจด้านการถ่ายภาพ ก็ไปเข้าคอร์สเรียนถ่ายภาพอย่างจริงจัง จนตอนนี้รับงานถ่ายภาพพรีเวดดิ้งและงานอีเวนต์ต่างๆ ได้แล้วค่ะ การได้เห็นเพื่อนๆ พัฒนาตัวเองและมีทักษะที่หลากหลายขนาดนี้ ทำให้ฉันรู้สึกทึ่งในความสามารถและความมุ่งมั่นของพวกเขาจริงๆ ค่ะ เพราะการมีอาชีพเสริมเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยเพิ่มรายได้เท่านั้นนะ แต่มันยังช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตและเปิดโอกาสใหม่ๆ ที่อาจจะนำไปสู่อาชีพหลักในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ

글을마치며

ในที่สุด เราก็ได้เห็นแล้วนะคะว่าชีวิตของเราไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียวจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ครูสอนสกีของเรานี่แหละ ที่เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดเจนเลยว่าเมื่อหมดฤดูหิมะไปแล้ว พวกเขายังมีโอกาสอีกมากมายที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการผจญภัยในฐานะ Digital Nomad การเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ที่เกิดจากความรักและความหลงใหล หรือแม้แต่การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ดูแลตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ ฉันเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถและความยืดหยุ่นที่จะปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ขอแค่เรากล้าที่จะลองเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และใช้โอกาสที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าโลกใบนี้มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะเลย!

Advertisement

알아두면 쓸모 있는 정보

1. เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ: การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาต่างประเทศ, การตลาดดิจิทัล หรือทักษะเฉพาะทางอื่นๆ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในอนาคตของคุณค่ะ อย่าหยุดที่จะพัฒนาตัวเองนะคะ

2. สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์: การมีเพื่อนร่วมอาชีพหรือคนรู้จักในวงการที่หลากหลาย จะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ และอาจนำไปสู่โอกาสในการทำงานหรือสร้างธุรกิจร่วมกันได้ค่ะ

3. วางแผนการเงินให้ดี: การมีรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอในช่วงนอกฤดูสกี จำเป็นต้องมีการวางแผนการเงินที่รอบคอบ สำรองเงินไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน และบริหารจัดการเงินลงทุนต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาวค่ะ

4. อย่าละเลยสุขภาพกายและใจ: การทำงานหนักหรือการเดินทางบ่อยๆ อาจทำให้ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าได้ อย่าลืมหาเวลาพักผ่อน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เพื่อให้คุณมีพลังงานพร้อมลุยกับทุกสถานการณ์ค่ะ

5. เปิดใจรับการเปลี่ยนแปลง: โลกของเราหมุนไปเร็วมาก การยึดติดกับสิ่งเดิมๆ อาจทำให้เราพลาดโอกาสดีๆ ไปได้ ลองเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และกล้าที่จะก้าวออกจาก Comfort Zone แล้วคุณจะพบว่าศักยภาพในตัวคุณมีมากกว่าที่คิดค่ะ

중요 사항 정리

สิ่งที่สำคัญที่สุดจากเรื่องราวของเพื่อนๆ ครูสอนสกีของเราคือการไม่หยุดนิ่งและรู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ค่ะ ไม่ว่าจะด้วยการผันตัวเป็น Digital Nomad เพื่ออิสระในการทำงาน, การริเริ่มธุรกิจเล็กๆ จากความรัก, การพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ตัวเอง, หรือแม้แต่การกลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายเพื่อดูแลสุขภาพกายใจและครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่น ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะออกนอกกรอบ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างชีวิตที่เราอยากใช้จริงๆ ค่ะ ชีวิตคือการเดินทางและเต็มไปด้วยความเป็นไปได้เสมอ ขอแค่เราเชื่อมั่นในตัวเองและกล้าที่จะลงมือทำค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖

ถาม: โดยทั่วไปแล้ว ครูสอนสกีจะหันไปทำอาชีพอะไรกันบ้างคะในช่วงที่ไม่มีหิมะให้เล่นสกีแล้ว?

ตอบ: อู๊ยยย! นี่เป็นคำถามที่ฉันเองก็เคยสงสัยมากๆ เลยค่ะเพื่อนๆ จนได้มาคลุกคลีกับวงการนี้ และได้คุยกับเพื่อนครูสอนสกีหลายๆ คน ฉันบอกเลยว่าโลกของพวกเขากว้างกว่าที่คิดเยอะมากๆ!
สิ่งที่เห็นได้บ่อยที่สุดเลยก็คือ หลายคนจะผันตัวเองไปเป็นครูสอนกีฬาอื่นๆ ที่ใช้ทักษะคล้ายๆ กันค่ะ เช่น ครูสอนจักรยานเสือภูเขา ครูสอนปีนเขา หรือแม้แต่ครูสอนวินด์เซิร์ฟ/เซิร์ฟบอร์ด ในประเทศที่มีทะเลสวยๆ อย่างไทยเรา หรือเพื่อนๆ ที่ยุโรปก็ไปเป็นครูสอนกีฬาทางน้ำกันเยอะเลยค่ะ เพราะร่างกายและทักษะการเคลื่อนไหวที่แข็งแรงจากการเล่นสกีสามารถต่อยอดได้สบายๆ เลยนะ นอกจากนี้ อีกกลุ่มใหญ่เลยก็คือ “นักเดินทางดิจิทัล” หรือ Digital Nomad ค่ะ คือเขาจะใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีหิมะเดินทางไปรอบโลก ทำงานที่ไหนก็ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต อาจจะรับงานฟรีแลนซ์เกี่ยวกับการเขียนคอนเทนต์ ทำกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ หรือบางคนก็ผันไปเป็นโค้ชส่วนตัวด้านฟิตเนสออนไลน์ก็มีค่ะ คือมีอิสระมากๆ ที่จะเลือกไลฟ์สไตล์แบบที่ตัวเองชอบเลยนะ ไม่ต้องยึดติดกับสถานที่ใดที่หนึ่งเลยค่ะ ฉันเองก็แอบอิจฉาไลฟ์สไตล์แบบนี้นิดๆ เหมือนกันนะ เพราะได้เที่ยวไปทำงานไปนี่มันดีต่อใจจริงๆ ค่ะ

ถาม: ครูสอนสกีเหล่านี้ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์หรือเทคโนโลยีอะไรบ้างในการสร้างรายได้ในช่วงนอกฤดูสกีคะ?

ตอบ: โห! คำถามนี้โดนใจฉันสุดๆ เลยค่ะเพื่อนๆ เพราะยุคนี้ใครๆ ก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีและโลกออนไลน์เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ใช่ไหมล่ะคะ ครูสอนสกีเองก็ไม่ต่างกันเลยค่ะ จากที่ฉันเห็นมา พวกเขาใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาดมากๆ เลยนะ อย่างแรกเลยคือ “โซเชียลมีเดีย” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Instagram, TikTok หรือ YouTube คือใช้เป็นช่องทางในการสร้างแบรนด์ส่วนตัว แบ่งปันประสบการณ์การเดินทาง ไลฟ์สไตล์ หรือแม้แต่ให้ความรู้เกี่ยวกับการออกกำลังกายและสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่แค่เรื่องสกีอย่างเดียว ทำให้มีผู้ติดตามเยอะๆ แล้วก็รับงานสปอนเซอร์ หรือรีวิวสินค้าได้ค่ะ นอกจากนี้ “เว็บไซต์ส่วนตัว” หรือ “บล็อก” ก็เป็นอีกช่องทางที่สำคัญมากค่ะ เพื่อสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น นำเสนอคอร์สออนไลน์ต่างๆ เช่น คอร์สเตรียมร่างกายก่อนไปสกี หรือคอร์สพื้นฐานกีฬาอื่นๆ ที่พวกเขามีความเชี่ยวชาญ และที่กำลังมาแรงมากๆ เลยก็คือการใช้แพลตฟอร์มสำหรับ “คอร์สออนไลน์” โดยเฉพาะ เช่น Teachable หรือ Kajabi เพื่อขายคอร์สวิดีโอ หรือจัดเวิร์คช็อปออนไลน์ค่ะ ฉันเองก็เคยเจอครูสอนสกีคนนึง เขาเปิดคอร์สสอนทำอาหารเพื่อสุขภาพในช่วงนอกฤดูสกี สร้างรายได้ดีมากๆ เลยค่ะ คือเรียกได้ว่าทุกวันนี้โลกออนไลน์เปิดโอกาสให้เราได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ได้ไม่จำกัดจริงๆ ค่ะ

ถาม: เป็นไปได้จริงหรือคะที่ครูสอนสกีจะรักษารายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้ แม้จะไม่ได้สอนสกีในช่วงนอกฤดูสกี?

ตอบ: เป็นไปได้แน่นอนค่ะเพื่อนๆ! จากประสบการณ์ที่ฉันได้พูดคุยและติดตามชีวิตเพื่อนๆ ครูสอนสกีมาหลายคน ฉันยืนยันได้เลยว่าพวกเขาสามารถรักษารายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ได้สบายๆ เลยค่ะ เคล็ดลับสำคัญคือ “การวางแผนล่วงหน้า” และ “การสร้างความหลากหลายทางรายได้” ค่ะ คือพวกเขาไม่ได้พึ่งพารายได้จากการสอนสกีอย่างเดียว แต่จะมีการลงทุนในทักษะอื่นๆ หรือสร้างธุรกิจเสริมไว้รองรับช่วงนอกฤดูสกีตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น บางคนอาจจะสะสมเงินจากการสอนสกีช่วงพีค ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เล็กๆ ให้เช่า หรือนำไปต่อยอดในธุรกิจออนไลน์ที่ใช้เงินลงทุนไม่มากค่ะ นอกจากนี้ “เครือข่ายความสัมพันธ์” ก็สำคัญมากๆ นะคะ การสร้างคอนเนคชั่นที่ดีกับลูกศิษย์หรือเพื่อนร่วมงานในวงการกีฬา ทำให้เกิดโอกาสในการทำงานใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดแค่สกีค่ะ อย่างเพื่อนฉันคนนึง เขามีรายได้จากการสอนดำน้ำในช่วงหน้าร้อน แล้วก็กลับไปสอนสกีตอนหน้าหนาว สลับกันไปแบบนี้ได้สบายๆ เลยค่ะ คือทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นจริงๆ นะ ถ้าเราไม่หยุดที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง โอกาสดีๆ ก็จะเข้ามาหาเราได้ตลอดเวลาค่ะ ไม่ว่าจะอาชีพไหนๆ ก็สามารถสร้างชีวิตที่เราต้องการได้เสมอค่ะ

📚 อ้างอิง

Advertisement